25 มิถุนายน 2552
  เริ่มประชุม ๑๔.๐๐ น.
   
 
   
  นพ.พัชรสาร ( ภ.กุมารเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี )
กล่าวถึงรายละเอียดการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009
พูดถึงอาการของโรคเบื้องต้น การรักษา การติดเชื้อ การป้องกัน
และกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เป็นต้น
   
 
   
  ศ.นพญ.สยมพร ศิรินาวิน ( รพ.รามาธิบดี)
ให้ รร. ชุมชน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ว่าโรคที่เกิดขึ้นไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด และแหล่งที่มาของโรค
รวมถึงอาการ แนวทางป้องกัน การรักษา เป็นต้น และ
รายงานที่ทางกรมควบคุมโรคได้เปิดเผยตัวเลขประมาณ 1 พันคน
   
  แต่ความเป็นจริง ตัวเลขที่อาจจะมากกว่าที่เปิดเผย
แต่สำหรับที่ไม่เปิดเผยเป็นเพียงอาการไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น
ไม่ได้มีอาการหนัก จึงไม่เปิดเผยตัวเลขเหล่านั้น
   
  คุณจินตนา ( สนง.เขตราชเทวี ) ถ้าทาง รร. หรือ ชุมชน
ต้องเอกสารใบความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับ การป้องกันโรคไม่ให้ติดเชื้อ
หรือเมื่อเป็นแล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ให้ไปติดต่อขอรับที่
สนง.เขตราชเทวีได้
   
  ซึ่งทางสนง.เขตราชเทวี ก็มีการรณรงค์ ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป
ที่มาติดต่องาน ได้รับทราบถึงโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เกิดขึ้น
รวมทั้งมีการทำความสะอาด สนง. อยู่ตลอดเวลา
   
 
   
 

นพ.อดิศักด์ ( ศูนย์วิจัยฯ ) สรุปการใส่หน้ากากอนามัย
ไม่ได้ช่วยให้สามารถป้องกันได้ 100 % เพราะเวลาใส่แล้ว
เราก็ยังเอามือไปจับ ไปขยับ

ซึ่งทำให้เชื้อโรคติดมือ และเข้าสู่ร่างกายได้เมื่อ นำมือไปจับจมูก ปาก
และขยี้ตา เป็นต้น และฝากให้ชุมชน ช่วยสังเกตอาการเบื้องต้น
ของคนในชุมชน เช่น ถ้ามีอาการไม่สบายน้ำมูกไหล ไอ จาม
เป็นไข้หวัดธรรมดา ให้กักผู้ป่วยไว้ในบ้าน ห้ามออกไปนอกบ้าน
แยกห้องนอน ห้ามใช้ของร่วมกัน ก็จะสามารถป้องกันการแพร่เชื้อได้

   
  รร. กวดวิชา และ รร. ต่างๆ ถ้าพบเห็นเด็กที่มีอาการ
ก็ให้เด็กพัก หยุดเรียน แต่ต้องให้ครูช่วยดูเรื่องเรียนของเด็กด้วย
เพราะเขากลัวว่าจะเรียนไม่ทัน ห้ามไปตัดเวลาการเรียนของเด็ก
ต้องมีการเพิ่มเวลาเรียนของเด็กด้วย
   
 
   
  นพ.กาณฑ์ ( กองควบคุมโรค )
เสนอถ้าเด็กที่ไม่สบายไม่ยอมหยุดเรียน
เราก็ต้องป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยเอง
มีการแจกหน้ากากอนามัยให้เด็กทุกคน ให้ความรู้
หมั่นล้างมือด้วยสบู่ตลอดเวลา รักษาสุขภาพ ออกกำลัง เสมอ
   
   
 
   
 
 
   
  ศ.พญ. สยมพร
1. ทางรพ.ก็ได้ประชาสัมพันธ์ ทำป้ายติดประกาศ เพื่อป้องกันการติดเชื้อสู่คนอื่น
2. ถ้าผู้ป่วยมารับบริการที่เป็นไข้หวัด ก็จะมีป้ายติดว่าควรจะไปติดต่อพบหมอที่ไหน
ซึ่งจะแยกตรวจต่างหากจากผู้ป่วยธรรมดาทั่วไป
3. จัดสถานที่บริการ ให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา
4. แนะนำวิธีการป้องกันโรค ล้างมือบ่อยๆ
5. ถ้าคนไข้มีการอาการไข้สูง ทาง รพ.ก็จะทำการตรวจไข้หวัดใหญ่ 2009
เพระเสียค่าตรวจแพง โดยประมาณ 4,000 บาท จึงไม่จำเป็นต้องตรวจทุกคน
เพราะบางคนอาการไม่หนัก
6. ถ้ามีความจำเป็นต้องนอนค้างที่ รพ. ทาง รพ.ก็ให้ค้างได้
ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้ ว่าเป็นหนักแค่ไหน
   
   
 
   
  คำถาม ( รร. ) มีตัวแทนจาก บ.ต่างๆ เสนอเพื่อมาฉีดวัคซีด จำเป็นที่ต้องฉีดหรือไม่ ?
   
 
   
  ตอบ ( นพ.พัชรสาร ) การฉีดวัคซีด ไม่มีความจำเป็น
เพราะการฉีดไม่ได้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้
แต่เพียงป้องกันไข้หวัดตามฤดูกาลสามารถป้องกันได้
ต้องทำความเข้าใจใหม่ แต่ถ้าอยากจะฉีดจริง
ก็แนะนำให้ฉีดในกลุ่มที่เสี่ยงจริงเท่านั้น เช่นเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี
หรือผู้สูงอายุที่มากกว่า 65 ปี หรือบุคคลที่มีโรคประจำตัวที่สามารถ
เกิดภาวะโรคแทรกซ้อนได้ เป็นต้อง
   
  นพ.อดิศักดิ์ เสนอถ้าทางชุมชนมีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ
ก็สามารถติดต่อ ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์ 2 ได้
   
 

   
 

คุณอนุสรณ์ ( รร.กวดวิชา อ.อุ๊ ) ทาง รร.กวดวิชาก็มีมาตรการป้องกันเหมือนกัน
โดยการแจกสบู่เจลล้างมือ การทำความสะอาด การให้ความรู้ต่างๆ
แต่ผลกระทบที่ทาง รร.กวดวิชาได้รับค่อนข้างเยอะมา และทางผู้ปกครองเอง
ก็ถามทาง รร. ว่าถ้าเกิดขึ้นใน รร. จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร ?

ซึ่งทาง รร. ก็คิดว่า โรคนี้คงมาไม่ถึงเมืองไทย เพราะป้องกันอย่างดีตั้งแต่ต้นแล้ว

   
 

รร.จึงตอบ ผู้ปกครองไปว่า
1. ทาง รร.มีระบบระบายอากาศดี
2. มีการทำความสะอาดสถานที่ตลอดเวลา
3. ให้ใส่หน้ากากอนามัยปิดหน้า
4. แนะนำถึงวิธีการป้องกัน

ซึ่งทาง สื่อต่างๆ ก็มีการออกข่าวว่ามี
รร.ในเขตสามเสนมีโรคระบาดอย่างรุนแรง
ซึ่งผลกระทบที่ได้รับค่อนข้างสูงมาก

ดังนั้นจะมีมาตรการอะไรที่ทำให้ชัดเจน ไม่ใช่ รร.ที่ไม่รู้เรื่องก็ต้องโดนกล่าวหา

   
   
 

ศ.พญ.สยมพร
เมื่อหลายปีก่อนได้มีการตั้งแต่คณะกรรมการ
เพื่อการตรวจสอบ ซึ่งทางสื่อก็ไม่แน่นอน
การให้ข้อมูลสื่อสารยังอ่อนแออยู่ และแนะนำว่า

1. การล้างมือเจลล้างมือ สู่สบู่ล้างมือไม่ได้
2. หน้ากากอนามัย ป้องกันได้แค่น้ำลาย
3. ก๊อกล้างมือต้องเสร็จทำความสะอาดบ่อยๆ
4. ระบบระบายอากาศต้องดี

   
  คุณธีระวุธ ( รร. กวดวิชาเกียรติบัณฑิต )
ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งถูกถามเหมือนกัน

1. ทาง รร. จะมีการหยุดการเรียนเพิ่มหรือไม่?

2. กรุณาแจกหน้ากากอนามัยให้นักเรียนทุกคนได้หรือไม่?
หรือไม่ก็น่าจะมีการหยุดการเรียนไปเลย
   
  ถาม จะมีวิธีอย่างไรเพื่อลดแรงกดดันผู้ปกครองบ้าง
   
  ตอบ ( นพ.อดิศักดิ์ ) ทาง รร.กวดวิชา
ทำการประชุมชี้แจงให้ผู้ปกครองที่อยู่ในแนววิตกกังวลให้ทราบก่อน
ต้องทำการชี้แจงแจกเอกสาร เชิญวิทยากรบรรยายอธิบายให้เข้าใจก่อน
และมาตรการที่ถูกต้องของเราเป็นแบบใด
   
  ศ.พญ.สยมพร
เราควรจะมีข้อมูลชี้แจง เพื่อตอบคำถาม และนำข้อมูลที่ได้ลงเว็บไซต์

คุณสมพร ( รร.อำนวยศิลป์ ) เวลาจัดประชุม
ซึ่งถ้าให้ทางครูเป็นคนถ่ายทอดความรู้ จะไม่ก่อให้เกิดความเชื่อมั่น
ดังนั้นจะทำอย่างไรจึงจะสามารถยืนยันได้ว่า
ข้อมูลที่ได้มาจาก รพ. และอยากให้จัดแถลงข่าวเพื่อยืนยัน
   
 
   
 

ศ.พญ.สยมพร จะขอปรึกษากับทางกระทรวงสาธารณสุข
และหน่วยงานอื่นๆก่อน ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง และแนะนำให้ทาง
รร.ออกหนังสือ เวียนถึงผู้ปกครอง และทางเราจัดร่างหนังสือ
และจัดทำข้อมูล แล้วส่งตาม อีเมล์ที่ให้ไว้ทุกท่าน ภายใน 1 อาทิตย์

คุณสุดา ( ชุมชนเพชรบุรี7) แนะนำทำให้เอกสาร
ใช้คำพูดที่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เพราะถ้าเป็นข้อมูลวิชาการมากเกิน ก็ไม่เข้าใจ

คุณอนุสรณ์ ( รร.กวดวิชา อ.อุ๊ ) ฝากไว้ให้ทำเป็นวาระแห่งชาติ

ปิดประชุม ๑๕.๐๐ น.